lerson's profileดาเนะ ดาเนะPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 21 เอาหล่ะปีสุดท้ายเฮ้อ ดูเหมือนอู้มานานกลายเป็นว่าเราแซงไอ้คุณเทปจนได้ เหอะๆ ก็เริ่มมาตั้งแต่ก่อนเข้าปี 1 ตอนปี 1 ตามมาด้วยปี 2 ต่อด้วย ปี 3 จนตอนนี้ก็ปีสี่ ปีสุดท้ายในชีวิตนิสิตป.ตรี นอกเรื่องมานาน เอาหล่ะมาต่อกันเลย
ปีสี่นี้ เริ่มด้วยปีนี้วันที่12-13มีนาคม มีสัมมนาสโมฯ และ คัดเลือกประธานเชียร์ด้วย เป็นการสัมภาษณ์ที่ ... เพื่อ!!! คือการตอบคำถามที่ดูเหมือนไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย ก็ตัวเราทำเชียร์มาหลายครั้งทำให้รู้ว่าเชียร์มันเป็นอะไรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เป็นกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาการตอบคำถามเลยออกเป็นการคาดการซะมาก 555 ที่จริงก็ไม่คิดหรอกนะว่าจะได้รับคัดเลือก เพราะรู้สึกเลยว่าตอบคำถามได้แย่ๆยังไงก็ไม่รู้ พอตอนที่เดินเข้าไปฟังคำตอบ อืม กดดันเล็กๆ พอคุรนายกที่น่าเคารพ พอว่าประธานเชียร์ปีนี้เป็นต้นไม้ - -“ ก็นะ ภาระมาแล้ว งานหนัก(มากๆ)มาแล้ว สิ่งที่เราเคยฝันไว้เราก็ก้าวเข้ามาแล้ว และต้องเดินต่อไปอีกทั้งปี แล้วใน4เดือนแรกต้องปีนเขาด้วย ปิดเทอมนี้มีทั้งฝึกงาน (กว่าจะได้ที่ฝึกก็เกือบไม่ทัน) เพราะว่าก่อนปิดเทอมนิดเดียวก็ยังต้องเดินไปหาอาจารย์ที่สัตวแพทย์อยู่เลย 555 ช่วงแรกของการฝึกซ้อมเชียร์ น้องสต๊าฟน้อยมาก พี่เก่าก็ไม่มีเลย คนที่เคยบอกว่าจะมาช่วยกันก็ไม่มา ชิ! แต่หลังจากการอ้อนวอนเราก็ได้พี่เก่ามาช่วยหนึ่งคนคือ หนุ่ย และเนื่องจากห้องเชียร์เป็นของน้องสต๊าฟทุกคนทำให้เราอยากจะคุยกับน้องทุกคนแล้วค่อยวางรูปแบบห้องเชียร์ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การแก้ตัวกับงานที่ทำเพียงแต่เป็นการพูดความเห็นที่เราเจอแล้วหลายๆคนอาจไม่รู้ก็ขอให้ชวยอ่านและทำความเข้าใจด้วย เพราะว่ามีการสมัครสต๊าฟเชียร์ก่อนการคัดเลือกประธานเชียร์ และพี่โบ๊ทมีการออกหน้าออกตามากมายว่าตัวเค้าจะลงสมัครประธานเชียร์ มีการคุยกับนายกไว้แล้วด้วย ทำให้น้องๆหลายคนลงสมัครเพราะโบ๊ท และเกิดความลังเลใจเมื่อเราเป็น ทำให้ตารางซ้อมและรูปแบบของห้องเชียร์นั้นไม่คลอด และหลังจากเลือกประธานเชียร์ได้1วันนายกก็เดินเข้ามาขอ รูปแบบห้องเชียร์ กิจกรรมที่จะทำ และ วันเปิดห้องเชียร์ (ไอ้บ้าที่ไหนมันจะไปคิดละเอียดขนาดนั้นถ้าต้องคิดเรื่องที่ตัวเองยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นหรือเปล่า ฟะ) ก็ยังมีเรื่องสัมมนาเชียร์ที่ต้องทำอีกคราวนี้เลยขอร้องให้หนุ่ยช่วยหาทั้งสถานที่ และรู้แบบกิจกรรมให้ เหนื่อยหน่อยนะหนุ่ย ขอบคุณมากครับ ทางเราก็เครียดสิ เพราะว่าเข้ากับนายกไม่ได้ แถมคุณอุปนอกยังมาเจ้ากี้เจ้าการกับเชียร์อีก หาว่าพวกเราปิดกั้นตัวเอง (ก็พวกเราพูดคุยกันแล้ว และพบว่า อยากได้ห้องเชียร์แบบนี้ แบบนิ่ง เป็นระเบียบ แต่นายก ต้องการเป็นห้องที่ให้น้องๆได้พูดคุยกัน ซึ่งเราเห็นว่า น้องไม่คุยกันแน่ และถ้าคุยมันก็จะไม่หยุด และไม่คุยในเรื่องที่เราอยาก สิ่งที่เราอยากสอนก็จะเดินไม่ไม่ได้ด้วย ก็เลยทำให้ต้องดูกีดกันทั้งสองคนออกห่างๆ) มีวันนึงที่หงุดหงิดใจมากๆเพราะว่าอุปนอกเรียกขึ้นไป คุยเพื่อสรุปแนวทางของห้องเชียร์ คือ ขึ้นไปแล้วโดนเหมือนสอบปากคำเลย อารายของมันเนี่ย น้องๆของผมนะไม่ใช่ผู้ต้องหาที่จะให้มาสอบปากคำแบบนี้ เล่นเรียกรายตัวให้ตอบคำถามที่ตัวเองตั้ง แถมเสียงที่ใช้ก็ห้วนๆสั้นๆดูเป็นการข่มขู่เล็กๆอีก มันน่ามั๊ยน่ะ 555 เริ่มซ้อมก็เรียก+อัญเชิญพี่เก่าๆแก่ๆ มาช่วยกัน เหนื่อยนะ เหนื่อยมาก ปวดหัวมากเลยด้วย เครียดตลอดเวลาเลย น้องๆอาจรู้หรือไม่รู้ก็ได้ แต่เวลาพี่เครียดทีไรต้องมีอาการคลื่นไส้ทุกที แล้วมันก็เป็นเอามากซะด้วย มีอาการมันทุกๆวัน 555 ทุกครั้งที่ว่างเวลาฝึกงาน (ไม่มีอะไรทำหรือ รอเปลี่ยนสารเคมี ตามตารางเวลา) ก็เอาตารางซ้อมเชียร์นี่แหละขึ้นมาเปิดดูเปิดเพื่อปรับเปลี่ยน อาจดูจริงจังกับงานมากเกินไปแต่ก็นะมันก็เป็นสไตล์ของเรา (ซึ่งจะพยายามลดลงให้เป็นผ่อนคลายลงบ้าง) ใช่ๆ ช่วงที่ซ้อมโดนน้องจอยโวยหลายครั้งมากเลยว่าพี่เลอใจดีเกินไปแล้วนะ ต้องดุๆหน่อยเพื่อนเค้าจะได้มาซ้อมบ่อยกว่านี้ ก็แหมะดุไม่เก่ง ไม่ค่อยอยากดุใครเพราะ ดุที่ไรเรียกน้ำตาคนถูกดุได้ทุกทีเลยสิน่า ก็ตลอดการซ้อมนี้ต้องขอบคุณน้องเอก กับน้องจอยโหดเป็นอย่างมากนะครับที่ช่วยพี่คิด ช่วยอะไรหลายๆอย่าง และขอบคุณหนุ่ยมากเช่นกัน ที่เหนื่อยมาด้วยกันอย่าหนักแม้ว่าตัวเองจะมีเรียนพิเศษตอนเย็นก็ตาม ขอบคุณพี่นุ่นมากครับที่ช่วยซ้อมพวกเรามาโดยตลอด การซ้อมเชียร์นั้นทำให้พวกเราสนิทกันมากขึ้น อย่างน้อยก็ทำให้ผมพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับน้องสต๊าฟของผม เพราะพวกเค้าได้ร่วมเหนื่อยมาด้วยกันกับผม นี่แค่เรื่องซ้อมเชียร์ 555 ปาไปหนึ่งหน้า 555
เอ้ามาที่เรื่องฝึกงาน ก็การฝึกงานนี้ไปฝึกที่ภาควิชาพยาธิวิทยา โดยอยู่ใต้การดูแลขอ อ. อัจฉริยา ไศละสูต และพี่อุ๊ กับพี่กอล์ฟ ที่คอยสอนเรื่องต่างๆที่ทั้งรู้อยู่แล้วและเรื่องที่เป็นความรู้ใหม่ การฝึกงานวันแรกก็ได้ลงไปเก็บตัวอย่างจริงกันเลยที่เดียว เพราะมีซากของหมามาให้เก็บถึงที่ ก็มีเรื่องให้อ.ที่โน่นมองด้วยเพราะว่าตอนที่อ.เค้าผ่าซากอยู่ กองลำไส้มันไหลครับพี่น้อง ไอ้เราด้วยความที่มือไวก็เลยคว้าหมับเข้าให้ ทำเอาอ.ที่กำลังสอนนิสิตผ่าตอนนั้นหันมามอง (คงคิดในใจว่าหมอนี่มันเป็นใครฟะ ทำไมกล้าจับขนาดนี้ เหอะๆอ.ครับเด็กไบโอก็แบบนี้แหละครับชินแล้วครับชิน 555) หลังจากนั้น ก็เป็นการเตรียมตัวอย่างไว้เพื่อทำสไลด์ เพื่อตรวจดูความผิดปกติในเนื้อเยื่อของสัตว์ ก็เคยทำมาแล้ว แต่ว่าเครื่อง และลำดับน้ำยารวมทั้งระยะเวลาที่เรียนจาก micro tech มันต่างจากที่ทำที่นี่เหมือนกัน เลยต้องจำกันใหม่ แถมการติดชิ้นเนื้อเยื่อกับสไลด์ก็ไม่เหมือนกันอีก ตื่นเต้นมากๆเลยที่จะได้ลองวิธีใหม่ โอ้ววว สนุกมากๆ ทำเพลิด ตัดชิ้นเนื้อเยื่อออกมาเพียบ ก็มีทั้งสวยทั้งไม่สวย (ได้ยินโอ้ดเล่าว่าพี่เค้าเอาผมไปเมาท์กันว่าเด้ฏคนนี้ตัดเนื้อเยื่อเก่งโคตร คือ เราก็ไม่ได้บอกไปหรอกว่าเรียนมาก่อนแล้วเพราะกลัวจะได้ถ่ายทอดมาแบบครึ่งๆกลางๆ พอโอ้ดบอกไปก็เลยอืมอย่างนี้นี่เอง ถ้าไม่เคยฝึกมาก็คือเด็กนี่มันมีพรสวรรค์ คือพี่คับผมชอบงานฝีมือหน่ะ555) ก็ที่ฝึกตรงนี้ เดือนนึง ได้เรียนรู้วิธีการย้อมสีเนื้อเยื่อเยอะมาก แม้ว่าจะเหงาๆก็เถอะเพราะมาฝึกคนเดียว ว่างๆ นอกจากดูตารางซ้อมเชียร์ จัดคิวพี่เก่ามาซ้อม อ่านการ์ตูน ก็เป็น การเขียนจดหมายถึงผู้กอง พอเลิกฝึกงานก็ต้องเผ่นกลับไปเปลี่ยนชุดเตรียมวิ่งซ้อมเชียร์ต่อ เป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆเลย พอใกล้ๆจบก็ต้องเตรียมทำ present การฝึกงานอีก 555
พอจบจากฝึกงาน 1 เดือน ก็เป็นสัมมนาเชียร์พอดี เป็นการไปที่ฮาแต่เริ่ม นั่งรถไฟไป หัวหิน ไม่สิ เลยป้ายเลยต้องไปลงหัวหิน คือคุณหนุ่ยกระโดดลงจากรถไฟในขณะที่มันกำลังเคลื่อน เหลืออีก 5-6 ชีวิตที่ติดอยู่ข้างบน 555 เลยไปลงหัวหินแล้วค่อยให้พี่หนุ่ยขับรถวนมารับอีกที สนุกๆ พอไปถึงบ้าน อืมบ้านสวนน่าอยู่ๆ แถมห้องน้ำเป็นแบบเปิดโล่ง (ด้านบน แหนะคิดอะไรกันอยู่) ก็ชมดาวขณะอาบน้ำ ที่นอนก็เป็นเต็นท์ อาหารก็ทำกินกันเอง พี่ของหนุ่ยทำบ้าง ทริปนี้จัดเพื่อให้สต๊าฟสนิทกันโดยเฉพาะ และพูดตรงๆอยากให้เที่ยวและพักผ่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกศึกและจะไม่ได้พักอีกเดือนกว่าร่วมสองเดือน เลยไม่ได้คุยอะไรเป็นการเป็นงานเท่าไรนัก พอเปิดห้องเชียร์ อืม ......... ผ่านไปได้ด้วยดีนะ เกร็งนิดหน่อยประหม่าอีกนิดนึง แต่แอบขัดใจตรงที่ทีแรกจอยดุน้องมากจนผมยังกลัวเลย แต่พอเข้ามาหลังจากพัก กลายเป็นพี่เสียงหวานไปซะงั้น คือมันเปลี่ยนเร็วเกินไป เห็นชัดไปหน่ะ ไม่ต้องเด่นชัดขนาดนี้ก็ได้ งานในห้องเชียร์ เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ไหง มีน้องเป็นลมเยอะกว่าทุกปีได้ก็ไม่รู้แฮะ งง ผมยังไม่รู้สึกเลยว่าเครียด เหอะๆ ปีนี้ตกลงกันว่าจะแจกสติกเกอร์ ไว้ติดบนหนังสือเชียร์ของน้องๆ และตกลงกันอยู่แล้วว่าในวันสุดท้ายจะ แจกให้ครบเต็มเล่ม ขอบคุณน้องเอกมากที่ทำแบบสติกเกอร์มาให้นะครับ ก็มีเวลาที่ตัดสติกเกอร์ที่แสนจะเหนื่อยเพราะตัดกันก่อนเปิดห้องเชียร์ไม่กี่วันและก่อนเปิดวันนึงก็ยังมานั่งคัดแยกเขียนหมายเลขกันอยู่เลย ทรหดอดทนกันมากๆ
พอเปิดเทอม วิชาที่เรียน .... dev bio หรืออีกชื่อคือ death bio เพราะเป็นการรวมเอาศาสตร์และความรู้ทุกระดับมาผสมปนเปกันในวิชานี้แถมด้วยการดูเนื้อเยื่อของตัวอ่อนที่แสนจะเหมือนกัน ไปทุกเซลล์ แต่ด้วยอานิสงค์จาก histology ทำให้สามารถจำแนกได้อยู่บ้าง เหอะๆ และเทอมนี้ก็ลง plant tissue culture ด้วยต้องถ่อไปเรียนที่ตึกเคมี 1 ทั้งๆที่มีห้องเชียร์กลางวัน เหนื่อยแทบขาดใจ 555ในตอนนี้เองเราก็สนิทกับไอ้ขุนมากขึ้นกว่าเก่า และด้วยความบ้า ก็ลง field study เป็นวิชาที่มีการออกภาคสนามด้วย ลงไปอีก กลายเป็นเทอมที่เรียนหนัก ทำ แลปเยอะ แถมออกภาคสนามบ่อย แม้ว่าจะเหนื่อยแต่ก็สนุก และช่วงนี้มั๊งที่ MSN space โผล่เข้ามา เราก็เลยได้เริ่มทำเป็นครั้งแรก 555 ก็รายละเอียดอะไรก็ไปตามอ่านเอาได้นะครับ
มีเรื่องตื่นเต้นอย่างนึงคือ เปิดเทอมมาได้ 2 วันก็เป็นเรื่อง เพราะว่า เรื่องรับน้องที่มีปัญหา ทำให้ห้องเชียร์โดนหางเลขไปด้วย นายกโทรเข้ามาหาเลยแต่เช้าว่า “เลอสงสัยเลอคงต้องทำห้องเชียร์เป็นแบบที่เราต้องการแล้วหล่ะเพราะว่าอบจ.เค้าประชุมกันเมื่อวานว่าข้องเชียร์แบบที่เลอทำอยู่มันไม่เหมาะสม และถ้าเลอยังทำต่อไปก็อาจโดนไล่ออกได้ เพราะฉะนั้น เลอก็ต้องเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยน ก็ต้องปิดไปเลย” เราจำได้เลยว่าวันนั้นเป็นวันอังคาร เพราะวิ่งหา อ.วิชัยซะทั่วเลย ให้อ.เค้าเข้ามาดูว่าห้องเชียร์ของเราเนี่ยมันกดดันน้องมากไปจริงหรือ เพราะนายกบอกว่า ห้าม ห้องเชียร์แบบทหาร ห้ามพูดเสียงดังใส่น้อง ห้ามบังคับน้อง ห้ามลงโทษน้อง ห้ามพูดจาทำร้ายจิตใจน้องๆ คือแบบว่าพูดไม่ถูกเลย ..... เฮ้อ เราก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นนะ ก็เลยเชิญอ.มาดูซะ (แอบได้ข่าวว่านายกดีใจมากแถมบอกว่าปิดซะได้ก็ดี - -“ อ่านะนี่แหละคนหล่ะ) เอาเถอะ นอกจากนั้นอยู่ๆก็โผล่มาโวยเรื่องบูมอีกว่ามันไม่ดี อยากให้เช็คบูม เอ้าเช็คก็เช็ค เลยเสียงเวลาไปอีกวันกับการทำอะไรที่ไร้สาระ กว่าจะจบห้องเชียร์ได้ เหนื่อยมาก วันปิดห้องเชียร์ เล่นแบบเดิมคือพี่เดินออก เป็นการสอบเพลงน้องๆ ก็มาจบที่น้องสอบไม่ผ่าน คือยอมรับว่าวันนั้นมึนจริงๆ ใจจริงก็อยากเดินออกเป็นคนสุดท้ายนะแต่ว่าเด๋ยวมันจะดูเหมือนเป็นการนัดแนะเกินไปคราวนี้เลยไม่เหลืออะไรเลย มีแค่ลำดับการเดินออก และ จะออกเพลงไหนก็ได้ แล้วแต่ ถ้าเห็นว่าแย่ก็ออก พอออกหมด ใช่ยอมรับว่าคิดไม่ออกจริงๆว่าจะกลับเข้าไปดีมั๊ย เพราะไม่อยากกลับเข้าไป เลยกลายเป็นดื้อดึงเล็กๆ เหอะๆ แอบดูไม่ดีแฮะ แต่งานนั้น โดนน้องกระตุ้นอีกแล้วมีอยู่อย่างเดียวหรอคับ ทุกปีเลย พี่เลอยิ้มหน่อย!!เนี่ย คราวนี้ก็เลยยิ้มนิดๆ พอเป็นพิธี 555
จบจากงานนี้ก็เป็นงานมอบอะตอม เป็นงานที่เหนื่อยอีกแล้วเพราะว่า ค่าข้าว ค่าอะตอมต้องออกเองไปก่อน แทบบ้า เพราะรวมๆกันก็สองหมื่นได้ ดีนะที่มีเงินเก็บอยู่ เพราะสโมฯเบิกเงินช้ามาก คราวนี้ได้นิมนต์ช่วยพาไปที่เก็บใบจามจุรี และก็นั่งลิดใบจามอยู่ที่บ้านมันจนสองทุ่มกว่าๆ เฮ้อ ปีนี้โดนสโมฯทอดทิ้งอ่ะ เหอะๆ ไม่มีใครจากสโมฯมาช่วยเลย อาจเป็นได้ว่าเรากระจายข่วไม่ทั่วด้วยแหละ ผิดทั้งสองฝ่าย 555 ก็ในวันงาน ทีแรกกะจะแบ่งน้องเป็นสองกลุ่ม แล้วค่อยรวมทีหลัง แต่ว่าสุดท้ายก็ยุบเหลือกลุ่มเดียว เพราะพี่ๆไม่ไหว ดูแลสองกลุ่มพร้อมๆกันเดี๋ยวงานแทนที่จะออกมาโอเคจะเละเทะไปซะก่อน ก็งานนี้ เหมือนทิ้งทวน เอาหล่ะ ลุยกันให้เต็มที่ เกณฑ์ พี่ๆทุกๆคนที่สนิท ที่รู้จัก มาใช้ แต่เช่นเดิมสโมฯไม่มาอีกแล้ว เฮ้อ งานนี้เกือบได้ลงไปว่ายน้ำซะแล้ว แต่ดีนะที่ไม่ต้อง (ที่จริงก็ไม่กลัวหรอกนะเพราะว่า เตรียมชุดมาเปลี่ยนไว้อยู่แล้วหล่ะ) แต่พอถามน้องๆกลับไปว่าพี่ขอเหตุผลด้วยครับ ว่าทำไมถึงอยากให้พี่ลงน้ำ เท่านั้นเองเงียบ .... อืมเราน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย อืมเอาเถอะๆ ปล่อยวางแล้ว หลังจากโยนอะตอมทีเหลือทั้งหมดลงสระน้ำจุฬาฯ ก็เป็นการถ่ายรูปหมู่กัน พี่ๆแต่ละคนยังกับดาราเลย มีน้องๆวิ่งมาขอถ่ายรูปกันเป็นโขยง 555 แอบรู้สึกเขินนิดๆนะเนี่ย (ผู้กองครับไม่ต้องคิดมากนะเหอะๆ)
เอาหล่ะ มาเมื่อกี้ยังไม่จบต้นปีเลย ปีนี้งานเยอะจริงๆ จากมอบอะตอมก็เป็นงานรับปริญญา ปีนี้เราจะลุยทำมัลติมีเดีย ไปๆมาๆมีแค่เรากะพี่นุ่นสองคนที่ลุยทำ วางแผนไว้ร่วม 2 อาทิตย์ แต่กว่างานจะเสร็จก็คือตี5วันที่พี่ๆเค้ารับปริญญากันเหนื่อยมากเพราะว่า นอน ชั่วโมงครึ่ง แล้วต้องตื่นมาจัดแถวน้องๆเพื่อไปรับเสด็จ ตอน 7โมงครึ่ง จนแล้วจนรอด สามปีที่อยู่ในภาคนี้ก็ยังไม่เคยที่จะได้ถ่ายรูปหมู่วันรับปริญญากับพี่ๆเลยสักครั้งเดียว เสียดายจัง เพราะเป็นสต๊าฟเชียร์ทุกปีเลย แต่คราวนี้ได้เข้าไปเห็นบรรยายกาศในห้องของภาคด้วย ว่าเป็นยังไง อืมๆก็ดีนะครับ พ่อแม่ของพี่ๆมากันเยอะแยะดี เจอภาพแบบนี้แล้วก็อดเหงาไม่ได้เลย เพราะพี่ๆจบแล้วนี่นา 555 หวังได้แต่ว่าพี่ๆเค้าจะขยันกลับมาเยี่ยมน้องๆกันบ่อยๆ ได้แค่หวังไว้แค่นั้นเอง รวมกิจกรรมต่างๆระหว่างห้องเชียร์ก็มีงานเปิดปิดกีฬาน้องใหม่นี่แหละ เปิดไม่เท่าไหร แต่ปิดนี่สิ อุปกรณ์เพียบ เล่นเอาเราที่เป็นคนดูแลน้องๆอยู่อึ้งไปเลย แถมได้ลงไปเล่นกับน้องๆด้วยก็เป็นอีกประสบการณ์นึงที่รู้สึกดีทีเดียว แล้วก็พาน้องเดินดูจุฬาฯ น้องมาน้อยมากเลย น้อยกว่าที่คาดคิดไว้เยอะมาก แอบเสียใจนะครับเนี่ย แต่ก็เป็นผลดีเพราะพี่เองก็น้อยเหมือนกัน 555 อืมจำที่เหลือไม่ค่อยได้แล้วแฮะ
งานต่อมา งานวันปิยมหาราช งานนี้บอกได้เลยว่า อบจ. เป็นอะไรก็ไม่รู้จัดออกมาได้แมวน้ำมากๆ(เป็นคำเปรียบเปรยว่าแย่ๆไม่ค่อยดี) ทั้งเรื่องนัดน้อง จัดแถวน้อง ตำแหน่งที่ให้รถวิ่งเข้าไปจอด สวัสดิการ ฯลฯ ไม่ workๆ
พอเปิดเทอม อืม ลอยกระทง ของคณะ ปีนี้ แทบไม่ได้ขึ้นไปดูเท่าไหร เพราะว่าเทอมสอง เรียน cell phy มีรายงานแลปทุกครั้ง แถมมีสอบก่อนทำแลปทุกครั้งด้วย เลยต้องขอโทษน้องๆอีกรอบ แต่วันจริงก็ได้ดูนะ จำได้เลยว่าพระแม่คงคา ชุดสวยมากๆ น้องๆทุกคนทุ่มเทกันดีมาก เหนื่อยกันแทบขาดใจ แบบว่าเห็นแล้วนึกถึงตัวเราเองตอนปี 1 (ไปอ่านดู blog เก่าๆ555)
เทอมนี้ต้องทำรูปเล่ม senior project ทำ seminar ที่ออกแนวอลังการ และที่ขาดไม่ได้จุฬาวิชาการ งานนี้ก็กลายเป็นหัวหน้าของการดองใสไปโดยปริยาย เตรียมตัวตั้งแต่ปิดเทอม ทำกันสนุกสนาน เดินจัตตุจักรสามสี่รอบ เพื่อขอซากสัตว์โดยเฉพาะ 555ทั้งซากปลา ตะพาบ ฯลฯที่เจอและขอได้ 555 ช่วยไม่ได้ ทำใจฆ่าไม่ลงนี่นา สงสารมัน พอใกล้ถึงวันงานจริงเรื่องโปสเตอร์อีก เหอะๆฝ่ายข้าพเจ้ารับมา 4 อัน มีพี่นุ่นมาช่วยเลยไปไหว แต่อันที่ต้องทำเองคือ หนังสือการ์ตูนดองใสนี่แหละ เขียนอยู่เกือบสองอาทิตย์ มีอยู่ สิบกว่าหน้า แล้วก็ฝ่ายต่างๆของภาควิชาเราวิ่งกันแทบหัวปั่นเพราะว่างานท่วมครับ เด็กเดินเข้าภาคกันเยอะมากคนที่บรรยายดองใสได้ก็มีน้อย ไหนจะเรื่องสีธรรมชาติอีก การดองเขียวด้วย และก็การเตรียมตัวอย่างสไลด์เลือด พูดตรงๆ งานเยอะกว่าที่สองสามคนจะทำได้เพราะ เรื่องที่ต้งอธิบายมันละเอียด (ออกจะมากไปหน่อยเราเองทำเองก็เลยลืมไปว่าคนทั่วไปเค้าต้องรู้ลึกขนาดไหน 555) เป็น 5 วันที่สุดๆ ส่วนกลางก็วุ่นวายตั้งแต่ก่อนวันงานเพราะสถานที่ไม่ลงตัว แต่ละภาคต้องเอามาจัดข้างล่างไม่ได้จัดบนตึกเท่าไหร สุดท้ายกลายเป็นภาคไปโออลังการ 555 แบบว่ามีเด็กไม่รู้จะส่งไปไหน มาเลย เรารับได้ รับได้ตั้งแต่ 7โมงครึ่ง (เปิดวีดีโอการ์ตูนเกี่ยวกับร่างกายให้ดู หลอกเด็กไปก่อน 555) จบงานนี้แทบแย่กันไปตามๆกันเลย
จบงานนี้อ.วีณาก็พาออกดูนกที่เชียงใหม่ต่อเลย เพราะว่าลงเรียนปักษีวิทยา มีออกดูนกนอกสถานที่ 3 ครั้ง อินทนนท์, บางปู(ชายทะเล), อ่างฤไน(ป่าเต็งรัง) พอกลับมาก็มีรายงานรออยู่ แถมต้นปี ยังมีสัมมนาอีกอ้ากแทบตาย เพราะเรื่องที่เลือกไว้เมื่อนานมาแล้วนั้นไม่สามารถหาเอกสารอ้างอิงเพิ่มเติมได้มากเท่าที่ควรเลยกลายเป็นว่าต้องหาหัวข้อใหม่ ตอนแรกก็อยากทำเป็นภาษาอังกฤษอยู่หรอกนะ แต่ว่า.... ไอ้การทำภาษาที่ไม่ถนัดคนเดียวเนี่ย ไม่ไหวครับ เลยต้องทำเป็นภาษาไทย แล้วก็พออยู่ในห้องตอนตอบคำถามเนี่ย หัวหมุนไปหมดแล้ว ตอบอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ เหอะๆ เอาเถอะก็ยังได้Aมา วิชาพืชและสวนที่ลงเรียนกับน้องปีสามภาค bot & genetic ก็สุดๆ ทีแรกมีทริปไปเชียงใหม่ (แอบดีใจที่เหลือแค่ไปสวนนงนุช) แต่ก็เป็นอีกวิชาที่รายงานเพียบ ปี สี่เป็นปีแห่งรายงานโดยแท้จริง
พอจบจากรายงานทั้งหลายก็ยังมีวิชาพฤติกรรมวิทยาอีกตัวที่ต้องลุยตั้งการทดลองขึ้นมาเองอีก อันนี้ตั้งแบบเดาสุ่ม ไม่มีอะไรที่จะบอกได้ว่าจะได้ผลเป็นบวกหรือลบ และอ.เองก็ไม่ได้หวังให้ต้องได้ผลตามที่หวังด้วยเลยเป็นการทำแลปที่สบายๆหน่อย แต่ขอให้เขียนรายงานออกมาดีๆแล้วกัน แต่ข้อสอบนี่สิ .... มีข้อเดียว 100 คะแนน ดีนะที่ให้เอากลับไปทำที่บ้านได้
งานสุดท้ายหลังจากสอบกลางภาคคือถอดไท พับถุงเท้า และ บายเนียร์ อืมงานนี้น้องยิ้มคนจัดงานก็มีโทรถามเหมือนกัน ก็บอกข้อดีข้อเสียไปหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ออกมาในรูปแบบที่นายกต้องการ คือแบบว่าให้พี่ๆนั่งบนที่นั่ง แล้วน้องๆยืนคุยกับพี่ๆ มีปิดไฟ พูดระบายความในใจ (เพื่อ!!!น้องเค้าไม่รู้จักเราเท่าไหรแล้วเค้าจะคุยอะไรนักหนา) และสุดท้ายเอาอบจ. มาพูด เพื่ออะไรฟะ มาชวนน้องๆไปทำอบจ. ทั้งที่คนทำงานคณะก้น้อยจะแย่อยู่แล้ว ไม่รู้สิไม่ได้เคารพอบจ.ขนาดนั้นก็รู้ว่าเค้าทำงานกันหนักเหนื่อยไม่แพ้เราแต่ว่ายังไงงานก็ไม่ดีเท่าที่เราหวังไว้ซักที บายเนียร์ก็ดันจัดตรงกับตอนอวสานของแดจังกึมอีก 555 เลยไม่มีคนมาเท่าไหรเลย ซะงั้น 555 ก็เลยเป็นงานแบบเงียบๆเหงาๆนิดๆ เหมือนงานเลี้ยงเฉพาะกลุ่มยังไงก็ไม่รู้ และนายกก็ไม่โผล่มาอีก เออนะ
การเลือกตั้งสโมฯชุดปี 49 เป็นงานที่แข่งขันกันสุดขีดมาก แอบได้ยินว่ามีการสาดโคลนด้วย และที่เป็นประเด็นคือเชียร์ แอบอยากเดินไปตะโกนใส่อุปนอกชะมัดเลยเพราะว่าต้นปีพูดเกี่ยวกับเชียร์อย่างนึง ปลายปีกลืนน้ำลายตัวเอง พูดอีกอย่าง บอกว่า เชียร์ไม่เอาจริงเอาจัง ไม่ดุน้อง ทำอะไรครึ่งๆกลางๆ ก็ลองมาทำตอนนั้นดูสิ ลองดุน้องดูสิแล้วจะได้รู้กันว่าคุณจะอยู่มาถึงวันนี้อีกมั๊ย วันนั้นก็เอาคำสั่งอบจ.มาเต้นเย้วๆให้ดู 555 ขำจริงๆพอเวลาเปลี่ยนเวทีก็เปลี่ยน เออ น่าไปลงสมัครเป็นนักการเมืองนะเนี่ยสองคนนี้ 555 เหมาะสมเหมาะสม 555 พูดอย่างทำอย่าง 555เอ แต่ไม่รู้ว่ามีการโกงกินด้วยเปล่านะ 555
พอจบจากกิจกรรมทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงการส่งรูปเล่ม รายงาน และ power point senior project แบบว่านั่งปั่นกันจะวินาทีสุดท้าย ในใจก็อยากทำเป็นภาษาอังกฤษเพราะอยากฝึกแต่ก็ไม่ไหวเพราะทำอยู่คนเดียว (อีกแล้ว 555) แต่ดีที่ ได้ผู้กองมาช่วยแปล บทนำเป็นภาษาอังกฤษ เฮ้อ เหนื่อยมากๆ วันที่ต้องขึ้นไปพูด ก็ดีนะคราวนี้เป็นเรื่องที่ทำเองกับมือ เลยตอบคำถามได้คล่อง ไม่ติดขัดเท่าไหร ลื่นไหลไปเรื่อยๆ และก็ได้ประสบการณ์จะสัมมนาเยอะแล้วด้วย งานนี้ต้องช่วยตั๊กที่ทำเรื่องเกี่ยวกับดองใสด้วย แบบว่าเห็นสไลด์พี่ท่านแล้วก็ เส้นมือกระตุก ทำไมทำงี้ฟะ!!!! เฮ้อออ พอจบงานนี้ ก็เป็นงานทำโปสเตอร์ แอบภูมิใจเพราะว่าได้รางวัลชนะเลิศ โปสเตอร์ดีเด่นมา เย้!!! ฝีมือเราล้วนๆ และได้อาจารย์ชัชวาลตรวจในวินาทีสุดท้ายก่อนส่งพิมพ์อีกที เย้ๆ ดีใจๆ
พอวันที่เกรดออก ก็เป็นวันที่ก่อนไปเกาะล้านกับเพื่อนๆ สโมฯและจุฬาวิชาการ เกรดเทอมนี้ เลขที่ออก คือ Cell phy B+ Cell phy lab A Ornithology A Ethology A Ethology lab A Plant & garden A Seminar A Senior project A เกรดรวมทั้งหมดคือ 2.90 จากปี 1 ที่เริ่มที่ 1.67 มาถึงขั้นนี้ กับกิจกรรมที่ผ่านมา ก็นับว่าใช้ได้แล้วนะ วันเวลาที่ผ่านมา 4 ปีที่เราได้เดินทางมาก็สิ้นสุดลงตรงนี้แล้ว เราได้เก็บเกี่ยวอะไรไปมากมายเลย สถานที่นี้ได้สร้างเราขึ้นมา ได้ทำให้เราได้พบปะกับใครต่อใครมากมาย ได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรมากมายเช่นกันทำให้เราเป็นเรา ขอบคุณครับ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอบคุณครับภาคชีววิทยา บ้านแหล่งที่สองของผม แม้ว่าทางเดินในนี้จะสิ้นสุดลงตรงนี้แล้ว แต่ว่า เราก็ยังเจอกันอีก 555 เพราะตอนนี้เป็นนิสิต ป.โทโดยสมบูรณ์ไปแล้ว 555เดี๋ยวเรื่องราวช่วงปิดเทอมไว้ค่อยมาเล่านะครับ ปล.เรื่องวันวาเลนไทน์ใครอยากรู้ไปถามผู้กองเอาเองนะครับยาวแล้วขี้เกียจพิมพ์ 555ซะงั้น คราวนี้ยาวมากที่สุดแล้วมั๊งเนี่ย 4,251 คำแหนะ 555 ขอบคุณพี่นุ่นมากครับสำหรับต้นปีที่รบกวนแบบสุดๆ ขอบคุณผู้กองมากครับสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา ขอบคุณอาจารย์ชัชวาลและอ.วีณามากครับสำหรับงานและวิชาต่างๆ ขอบคุณพี่ณัฐพี่กั๊มมากเลยครับที่เป็นพี่ที่ดีมาตลอด ขอบคุณเพื่อนๆที่คนที่เป็นเพื่อนกันมาตลอด4ปีตรงนี้และตลอดไป ขอบคุณนิมนต์มากที่ทำให้เรากลายเป็นกิ๊กกะนาย(ตูละเซ็ง555) May 10 กลับมาแล้วกลับมาแล้วคับ
จากห้วยขาแข้ง
เหนื่อยดี
สนุกดี
รอยเท้าสัตว์เยอะดี เจอรอยเท้าเสือโคร่งด้วย
กวาง เก้ง หมูป่า ไก่ป่า นกยูง ช้าง เสือดาวตัวเมีย แมวป่า โอ้ยเยอะ
สมแล้วที่เป็นมรดกโลก 555 พอแล้วเหนื่อย เดี๋ยวจะอัพเพิ่มคราวหน้า
รูปตอนนี้รอจากอ.อยู่เพราะ โหลดลงเครื่องคอมอ.เพราะmemoryเต็ม May 03 ไม่ว่าง.......ช่วงนี้ไม่ว่างพออัพเลยครับ
งานค่อนข้างยุ่ง บอกกันไว้ก่อน
เดี๋ยวมาอัพทีเดียวนะครับ
อยากเจอเพื่อนๆมากๆ
เพราะรู้สึกว่าหายกันไปเกือบหมดเลย
ว่างๆก็นัดเจอกันบ้างน้า
ผู้กองสู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอ
|
|
|